Tuesday, July 21, 2015

เคล็ดลับ สุขภาพดี ด้วย 18 วิธี ง่ายๆ

สุขภาพดีอาจจะหาซื้อไม่ได้แต่เป็นเจ้าของได้แน่นอน ถ้าสาวๆ ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้

 1. แอปเปิ้ล แตงโม กล้วย กีวีต้องระวัง ผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้มีประโยชน์มาก แต่ถ้าคุณกำลังทานยาปฏิชีวนะอยู่ ผลไม้พวกนี้จะกลายเป็นโทษทันทีเพราะมันบูดในลำไส้ได้ง่าย อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารได้

2. ผลไม้กับมื้ออาหาร ก่อนทานอาหารควรจะเรยีกน้ำย่อยด้วยสับปะรดและมะละกอสัก 2-3 ชิ้น ผลไม้สองชนิดนี้มีเอนไซม์ที่จะช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่กำลังจะตามลงมาได้ง่ายขึ้น และหลังจากจบมื้ออร่อยแล้วควรตบท้ายด้วยแอปเปิ้ลสัก 1 ชิ้นเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลายซึ่งจะทำให้จำนวนแบคทีเรียในช่องปากลดลง และช่วยให้เหงือกแข็งแรงด้วย

3. อย่าปล่อยให้หิว ควรจะทานอาหารให้ตรงเวลาทุกวันแม้จะยังไม่รู้สึกหิวก็ตาม เพราะเวลาที่เราหิวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนควมเครียดออกมา ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำก็จะทำให้คุณกลายเป็นสาวเครียด และนำไปสู่อาการความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวาน

4. เนื้อสัตว์กับผลไม้ไม่เข้ากัน ถ้าทานน้อยๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามื้อไหนคุณทานเนื้อเป็นจำนวนมากแล้วควรจะงดผลไม้ไป เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมดต้องใช้เวลานาน ส่าวนผลไม้ซึ่งย่อยเร็วจะถูกกักอยู่ในกระเพาะ จึงทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารได้

 5. นาฬิกาชีวภาพ หลักการสุขภาพดีบอกไว้ว่าเราควรจะเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกๆ วัน แต่ส่วนใหญ่พอถึงคืนวันศุกร์กับวันเสาร์เรามักจะนอนดึกเพราะถือว่าเป็นวันหยุด การทำอย่างนี้จะทำให้ความเคยชินหรือที่เรียกว่าชีวภาพของร่างกายรวรเร จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่วันจันทร์เราจะง่วงนอนกว่าปกติ

6. ความเครียดทำลายผิว ถ้าอยากผิวสวย แก่ช้า ดูอ่อนกว่าวัย สิ่งแรกที่ต้องปรับคือความคิดของตัวเราเอง พยายามคิดในทางบวก มองโลกในแง่ดี หลีกเลี่ยงความคิดที่ทำให้ตึงเครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกทำลายตัวเราเอง

7. หลีกเลี่ยงภาชนะพลาสติก เพราะความร้อนรวมทั้งรสชาติเผ็ดเปรี้ยว เค็มจากอาหารสามารถเข้าไปกัดเซาะสารสังเคราะห์ในพลาสติกให้ละลายออกปะปนกับอาหารได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้ภาชนะพลาสติกใส่อาหารเข้าอุ่นในเตาไมโครเวฟยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเป็นการเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเป็นอย่างมาก

8. อย่าประมาทอาการไอเรื้อรัง หลังจากหายหวัดแล้วอาการไออาจจะยังไม่หายไป แต่สาวหลายคนมักจะไม่สนใจเพราะคิดว่าอาการไอเป็นเรื่องชิลๆ แต่ที่จริงอาการไอเรื้อรังร้ายแรงกว่าที่คุณคิด เพราะมันอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะ ที่หมอให้มารักษาอาการหวัดไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ วิธีหยุดอาการไอที่ได้ผลที่สุดคือการดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะในทางเดินหายใจ และนอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้เต็มที่

9. เท้าและข้อเท้าบวม ถ้ามีอาการแบบนี้อย่าปล่อยไว้ เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย ถ้าบริเวณเท้ามีปัญหาก็จะส่งผลถึงร่างกายทุกส่วน วิธีแก้ไขคือให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาทีจากนั้นก็ขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและข้างหลังเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น  So Pe La Ka Ka Ly St Sh Te La Bo Vo Mi Mi Vi Do Lo Ah Ip To Rv Th Jo G Te Ni To Te Ph An An So Br St Th Te Ma St St An La Te An Pl Al Al Th So Pl Ri Ri Pa T Ri Hi St Ri Ki An Ha St W St Da Fo Sk Fo Fo Ja Fo Fo Mo Or Ev Or Vo   หลังจากนั้นใช้แปรงขนนุ่มๆ แปรงผิวหนังเบาๆ โดยเริ่มจากฝ่าเท้าแล้วค่อยๆ ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือทั้งสองข้าง (ยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวานเพราะเสี่ยงจะเกิดบาดแผล) ตบท้ายด้วยการอาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

10. งดเครื่องดื่มคาเฟอีน เครื่องดื่มพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟ ปกติก็ไม่ควรดื่มอยู่แล้ว แต่ถ้าบังเอิญคุณเป็นโรคปวดหลัง เครื่องดื่มพวกนี้จะเป็นศัตรูของคุณไปทันที เพราะคาเฟอีนจะไปลดการหลั่งสารเอนโดรฟินซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ อาการปวดของคุณก็จะไม่หายหรืออาจจะเป็นมากขึ้นด้วย

11. ดื่มน้ำเร็ว...อันตราย ใครๆ ก็บอกว่าควรจะดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว แต่ต้องค่อยๆ ดื่มไปตลอดวัน ไม่ใช่ทั้งวันไม่ดื่มเลย แล้วมารวบยอดเอาในครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอาการน้ำเป็นพิษเนื่องจากเลือดเจือจาง และอาจทำให้เป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งตามมา ยิ่งถ้าอาการเกร็งไปเกิดที่สมอง หัวใจ หรือปอด ก็อาจจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

12. แดดอ่อนตอนเช้า แสงแดดยามเช้าจัดว่าเป็นยาตามธรรมชาติที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ นอกจากทำให้กระดูกแข็งแรงแล้วยังทำให้อารมณ์ดี เพราะแดดอ่อนๆ มีวิตามินที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ออกมาต่อต้านอาการซึมเศร้าในตัวเรา คนที่เดินเล่นรับแดดอ่อนจึงมีหน้าตาเบิกบานกว่าคนที่มัวแต่หลบแดดอยู่ในบ้านมาก

13. เบาหวานอย่าทานไข่ ถ้าสมาชิกในครอบครัวคุณคนไหนเป็นเบาหวาน ควรให้เขางดไข่ไปเลย เพราะมีรายงานทางการแพทย์ว่าถ้าคนที่เป็นเบาหวานทานไข่อาทิตย์ละ 1 ฟอง จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้น

14. อยากผอมต้องน้ำเย็น การดื่มน้ำเย็น 50 ออนซ์ จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรี ช่วยให้น้ำหนักลดลงปีละ 2.5 กิโลกรัม เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำนั้นเปลี่ยนอุณหภูมิเป็นอุณหภูมิปกติก่อน แล้วจึงนำไปใช้ได้ จึงเป็นการใช้พลังงานมากกว่าเดิม

15. สุขภาพดีทันทีที่ตื่น ถ้าอยากดูแลสุขภาพพร้อมกับการเริ่มต้นวันใหม่ ทันทีที่ตื่นนอนสาวๆ ควรผสมน้ำส้มสายชู (ที่หมักจากผลแอปเปิ้ล) กับน้ำผึ้งในสัดส่วนเท่ากัน ใส่น้ำอุ่นนิดหน่อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาดื่ม จะช่วยให้การดูดซึมของระบบลำไส้และการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดีตลอดวัน

16. ผู้ชายอย่าพลาดมะเขือเทศ สำหรับหนุ่มซ่าที่กำลังเริ่มมีอาการเตะปี๊ปไม่ดังหรือกลัวว่าจะเป็นหมัน มะเขือเทศคือผลไม้ที่คุณจะพลาดไม่ได้ เพราะมะเขือเทศสุกมีสารโคปีนสูงมาก ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้ดี ประสิทธิ์ภาพและสมรรถภาพต่างๆ จึงทำงานได้เป็นปกติ ถ้าผู้ชายทานมะเขือเทศอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผลหรือมากกว่านั้น ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็จะน้อยลง 45 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญควรจะทานแบบสุกๆ เช่น ทานเป็นน้ำพริกอ่อง สปาเก็ตตี้ เพราะเวลามะเขือเทศถูกความร้อนมันจะปล่อยสารไลโคปีนออกมามากขึ้น

17. ป้องกันกรดในกระเพาะอาหาร สำหรับที่ท้องอืดบ่อย ควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุต หรือน้ำมะเขือเทศสดนั่น เพราะน้ำพวกนี้มีกรดมากทำให้ท้องอืด หรือถ้าเสพติดไปแล้วอดไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะทำให้เจือจางลงด้วยการผสมน้ำมากๆ

18. หลบอัลไซเมอร์ด้วยเกม ถ้าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์หรือเป็นโรคขี้หลงขี้ลืม สาวๆ ควรจะฝึกสมองด้วยการเล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ เกมในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิอย่างเรียนดนตรี เล่นหมากรุก เป็นต้น เพราะเกมเหล่านี้จะช่วยให้ระบบประสาททำงานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิค หายใจ แก้ไขโรคปอด    

เพราะโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับปอด ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งปอด เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง วัณโรค โรคร้ายเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อการหายใจ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไอ หายใจลำบาก
คุณแอนโธนี่ วี ชาวสิงคโปร์ได้คิดค้นวิธีการหายใจโดยประยุกต์หลายศาสตร์เข้าด้วยกัน กลายเป็น ‘ชี่ไดนามิกส์' เทคนิควิธีการหายใจ กำหนดจิตสร้างสมาธิ ช่วยปรับการหายใจให้หายใจได้เต็มปอด สามารถนำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ดี


ก่อนฝึกหายใจแบบชี่ไดนามิกส์ ให้หาที่นอนในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก นอนหงายให้เท้าอยู่ในระดับสูงกว่าศีรษะ เพื่อให้โลหิตไหลเวียนได้สะดวก

จากนั้นหายใจออกช้า ๆ จนรู้สึกว่าลมหายใจออกหมด แล้วจึงเกร็งตัวพร้อมยำตัวขึ้นและขมิบก้นเล็กน้อยเพื่อไล่ลมออกเพิ่มเติม   Ka To Is Ma Ly Ca Mi Wi Jo Br B Na Fu Sh La Mz Sh Br Vi La To Di Ba Fe Vi Ec Va Ha Ha Ol Ha Ma Ho Jo Da La Sk He Fi Fi Ju Ba Na Ip Bc Ps Br Ps No Ke To Ma St He Oa Ge Mi Ad Mi Bo Ox Bu La Ar Mi Ka Vi Vi Vi Al Mo St Gu Mo   ต่อเนื่องด้วยการกลั้นหายใจเพียง 4 วินาที ครบแล้วให้หายใจเข้าช้า ๆ จนเต็มปอด กลั้นหายใจไว้ 4 วินาที และหายใจออก ทำในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ราว 30 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดแข็งแรง และขยายตัวได้เต็มที่ อีกทั้งยังรู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง.

ยืดอย่างไร? 'ตับ' ได้ประโยชน์    

บริหารตับ แก้ปวดไหล่ ปวดต้นคอ

มาถึงหน้าที่ของ 'ยืดเส้นยืดสาย' เตรียมท่ากายบริหารง่าย ๆ ทำได้เองไว้รอให้คุณผู้อ่านนำไปปฏิบัติตามเพื่อบริหารปอด ตับ หัวใจ แก้ปวดไหล่ ปวดต้นคอ และฟอกโลหิต

เริ่มจากการนั่งเหยียดเท้า โดยให้มือทั้งสองข้างวางที่ตัก เงยหน้าพร้อมกับยืดลำตัว สูดลมหายใจเบา ๆ อย่างช้า ๆ จนรู้สึกมีลมผ่านที่จมูก บริเวณหน้าอกและช่วงท้องมีการเคลื่อนไหว จากนั้นสูดลมหายใจ 10 ครั้ง ให้รู้สึกว่าบริเวณลำคอ โคนลิ้นชุ่มชื้น ลิ้นอ่อนและเคลื่อนไหว

ท่าต่อมา ชูมือทั้งสองข้างให้สูงที่สุดและเงยหน้าขึ้น เหยียดฝ่ามือค้างไว้ สูดลมหายใจ 2 ครั้ง จากนั้นให้โน้มปลายมือลงมาถึงปลายเท้า พร้อมโน้มศีรษะลงไปแล้วค้างไว้และสูดลมหายใจเบา ๆ 2 ครั้ง ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนี้ 8 ครั้ง

ท่าท้ายสุด ยกมือขวาแล้วจับเข้าที่บริเวณเอว ส่วนแขนขวาให้ยกขึ้นแล้วแบมือเหยียดตัวยืดตรง หมุนแขนซ้ายเป็นวงกลมกว้างสุดแขนเหยียดอย่างช้า ๆ 10 รอบ และเอนลำตัวไปทางซ้าย โดยจะต้องส่งความรู้ไปถึงบริเวณไหล่ ลำตัว ปลายมือ โดยระหว่างทำให้สูดลมหายใจหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นให้สลับทำลักษณะเดียวกันนี้อีกข้าง

            การกายบริหารในท่าชุดที่แนะนำไปนี้ จะได้ผลดีคุณควรปฏิบัติให้ได้อย่างน้อย 2-4 รอบต่อวัน และทุกครั้งที่กายบริหารจบแต่ละรอบควรสูดลมหายใจเบา ๆ อย่างช้า ๆ

No comments:

Post a Comment